หลายคนอาจสงสัยว่า 1 ตารางเมตรเท่ากับกี่เมตร กันแน่ ? คำตอบคือ จริง ๆ แล้วสองหน่วยนี้แปลงหากันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะ เมตร (m) ใช้วัดความยาว ส่วนตารางเมตร (m²) ใช้วัดพื้นที่
ถ้าพื้นที่กว้าง 1 เมตร และยาว 1 เมตร จะเท่ากับ 1 ตารางเมตร หรือคิดง่าย ๆ ว่า
1 เมตร × 1 เมตร = 1 ตารางเมตร
แต่ 1 ตารางเมตรไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ขนาด 1 × 1 เมตรเสมอไป เช่น กว้าง 0.5 เมตร ยาว 2 เมตร ก็เท่ากับ 1 ตารางเมตรเหมือนกัน
ถ้าต้องการคำนวณพื้นที่ เพียงนำ ความกว้าง × ความยาว
พื้นที่ (ตร.ม.) = ความกว้าง (เมตร) × ความยาว (เมตร)
ตัวอย่าง ห้องกว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร จะมีพื้นที่ 4 × 5 = 20 ตารางเมตร เมื่อเข้าใจวิธีคิดนี้แล้ว ก็สามารถนำไปใช้คำนวณพื้นที่ห้อง บ้าน คอนโด ที่ดิน หรือพื้นที่อื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น
สารบัญ
1. หน่วยวัด และการคำนวณพื้นที่ใช้สอยสำคัญอย่างไร
2. หน่วยวัดในการคำนวณพื้นที่มีกี่แบบ ?
3. การวัด และคำนวณพื้นที่ใช้สอย ด้วยเครื่องคิดเลข
5. โครงการบ้าน ใช้หน่วยวัดพื้นที่ แล้วคำนวณหาราคาอย่างไร ?
7. ค่าส่วนกลาง ส่วนสำคัญ ที่ห้ามลืมคำนวณ
8. วิธีคำนวณค่าส่วนกลางจากพื้นที่ดิน ของบ้านแนวราบ
9. วิธีคำนวณค่าส่วนกลางของคอนโดมิเนียม จากพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง
หน่วยวัด และการคำนวณพื้นที่ใช้สอยสำคัญอย่างไร
หน่วยวัดและการคำนวณพื้นที่ใช้สอยเป็นประเด็นสำคัญในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในการวางแผน สร้างอาคาร บ้าน หรือคอนโด โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ กรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเข้าใจว่า 1 ตารางเมตรเท่ากับกี่เมตร จะช่วยให้คุณตรวจสอบหรือเปรียบเทียบพื้นที่ใช้สอย ได้แก่ “พื้นที่ใช้สอยรวม”, “พื้นที่ภายใน”, “พื้นที่ส่วนกลาง” ที่โครงการแจ้งไว้ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
หน่วยวัดในการคำนวณพื้นที่มีกี่แบบ ?
ในการวัดขนาดพื้นที่ของบ้านหรือคอนโด หน่วยที่นิยมใช้มีสองแบบหลัก คือ ตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งเหมาะกับการคำนวณพื้นที่ใช้สอยภายใน และ ตารางวา (ตร.ว.) ที่ใช้ประเมินขนาดของที่ดิน โดยพื้นฐานแล้ว 1 ตารางเมตร คือพื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีด้านละ 1 เมตร หรือ 1 ม. × 1 ม. (ไม่ใช่หน่วยความยาวอย่าง “เมตร”) ดังนั้นจึงควรแยกใช้ให้ถูกตามลักษณะของพื้นที่ที่ต้องการวัด สามารถอ่านต่อได้ที่ ค่ารังวัดที่ดิน เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อ–ขายที่ดิน
- ตารางวา (ตร.ว.) : เป็นหน่วยวัดพื้นที่ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในงานอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการประเมินขนาดที่ดิน บ้าน หรือโครงการขนาดกลางถึงใหญ่ หน่วยนี้ช่วยให้การคำนวณพื้นที่เป็นเรื่องง่ายและเข้าใจได้ตรงกันในวงการก่อสร้างและซื้อขายที่ดิน
- ตารางเมตร (ตร.ม.) : คือหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดขนาดของพื้นที่ ใช้เพื่อคำนวณความกว้างและความยาวของพื้นที่รวมกัน เช่น ห้อง บ้าน หรือคอนโด โดย 1 ตารางเมตร เท่ากับพื้นที่ที่มีด้านกว้าง 1 เมตร และยาว 1 เมตร หน่วยนี้นิยมใช้ในงานประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ งานตกแต่ง และการคำนวณวัสดุก่อสร้าง เพื่อให้ทราบพื้นที่ใช้สอยที่แท้จริงได้อย่างชัดเจน
- ไร่ , งาน : “ไร่” และ “งาน” เป็นหน่วยวัดพื้นที่ที่นิยมใช้ในงานด้านเกษตรและอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการประเมินราคาที่ดินขนาดใหญ่ เช่น ที่ดินโครงการหลายสิบไร่ หรือพื้นที่ฟาร์มและสวนขนาดกว้าง หน่วยเหล่านี้ไม่เหมาะกับการใช้วัดพื้นที่บ้านพักอาศัยทั่วไป ซึ่งมักจะใช้หน่วย “ตารางวา” แทน
เมื่อต้องการเปรียบเทียบพื้นที่ในหน่วยต่าง ๆ ของไทย เช่น ตารางวา งาน ไร่ กับตารางเมตร ให้ใช้การแปลงดังนี้
เมื่อต้องการแปลงพื้นที่จากตารางวาเป็นตารางเมตร
-
1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร
1 งาน = 100 ตารางวา = 400 ตารางเมตร
1 ไร่ = 4 งาน = 400 ตารางวา = 1,600 ตารางเมตร
สูตรที่ใช้ในการคำนวณ
พื้นที่ (ตร.ว.) × 4 = ผลลัพธ์ พื้นที่ (ตร.ม.)
พื้นที่ดินกับพื้นที่ใช้สอยต่างกันอย่างไร?
เวลาเราดูขนาดบ้านหรืออาคาร สิ่งที่มักสับสนกันคือ พื้นที่ดินกับพื้นที่ใช้สอยไม่ใช่พื้นที่เดียวกัน
พื้นที่ดิน คือขนาดของที่ดินทั้งแปลง ส่วน พื้นที่ใช้สอย คือพื้นที่ภายในอาคารที่สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดตัวอาคารและพื้นที่ของแต่ละชั้น
ตัวอย่างการคำนวณหาพื้นที่ใช้สอย
ยกตัวอย่าง ที่ดิน 70 ตารางวา เท่ากับ 280 ตารางเมตร แต่ถ้าสร้างบ้าน 2 ชั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีพื้นที่ใช้สอย 560 ตารางเมตรเสมอไป เพราะตัวบ้านอาจสร้างบนพื้นที่เพียงบางส่วนของที่ดิน และแต่ละชั้นก็อาจมีขนาดไม่เท่ากัน
ดังนั้น ถ้าต้องการรู้พื้นที่ใช้สอยจริง แนะนำให้ดูจาก แบบอาคารหรือข้อมูลพื้นที่ของแต่ละชั้น จะตรงกว่าการนำพื้นที่ดินมาคูณกับจำนวนชั้น
การวัด และคำนวณพื้นที่ใช้สอย ด้วยเครื่องคิดเลข
หากเข้าใจหน่วยวัดพื้นฐานแล้ว คุณเพียงแค่เตรียม “ตลับเมตร” เพื่อวัดขนาดพื้นที่ และใช้ “เครื่องคิดเลข” คำนวณ ก็สามารถหาค่าพื้นที่ใช้สอยของบ้านหรือคอนโดได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ ด้วยอุปกรณ์สองชิ้นนี้ การวัดและคำนวณพื้นที่กลายเป็นเรื่องที่ใครก็ทำเองได้
วิธีคำนวณพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน
การคำนวณพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านหรือคอนโดสามารถทำได้อย่างรวดเร็วโดยเริ่มจากการวัด ดังนี้
สูตรที่ใช้ในการคำนวณ
ด้านกว้างของห้อง (ม.) × ด้านยาวของห้อง (ม.) = ผลลัพธ์ พื้นที่ทั้งหมด (ตร.ม.)
ตัวอย่าง การคำนวณการหาค่าของพื้นที่ใช้สอยในบ้าน
ขนาดห้องนอน นาย A มี พื้นที่ด้านกว้าง = 6 ม.
ขนาดห้องนอน นาย A มี พื้นที่ด้านยาว = 4 ม.
นำค่าตัวเลขที่ได้จากการวัด ของห้องนอน นาย A “ด้านกว้าง และ ด้านยาว มาคูณกัน 6 ม. × 4 ม. = 24 ตร.ม.
ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ ขนาดห้องนอน นาย A ทั้งหมด จะมีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 24 ตร.ม
รู้จำนวนตารางเมตรแล้วหาความกว้างหรือความยาวได้ไหม?
ได้ หากทราบความยาวของอีกด้านหนึ่ง
โดยใช้สูตร
ความยาว = พื้นที่ ÷ ความกว้าง
ตัวอย่าง พื้นที่
ขนาดพื้นที่ 50 ตร.ม. กว้าง 5 เมตร
ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ จากการคำนวณ 50 ÷ 5 = ยาว 10 เมตร
** แต่หากรู้เพียงว่ามีพื้นที่ 50 ตร.ม. โดยไม่ทราบขนาดด้านใดเลย จะไม่สามารถระบุความกว้างและความยาวที่แน่นอนได้
พื้นที่รูปตัว L หรือมีหลายมุมคำนวณอย่างไร
หากพื้นที่เป็นรูปตัว L หรือมีหลายมุม วิธีง่าย ๆ คือแบ่งพื้นที่ออกเป็นสี่เหลี่ยมย่อย แล้วคำนวณแต่ละส่วนด้วยสูตร กว้าง × ยาว จากนั้นนำพื้นที่แต่ละส่วนมารวมกัน
ตัวอย่าง หากแบ่งพื้นที่ได้ 2 ส่วน โดยส่วนแรกกว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร = 20 ตร.ม. และส่วนที่สองกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร = 6 ตร.ม. พื้นที่รวมจึงเท่ากับ 20 + 6 = 26 ตารางเมตร
วิธีการวัดพื้นที่ดิน
- เริ่มจากการวัดพื้นที่ที่ต้องการ โดยใช้หน่วย “เมตร” ทั้งด้านกว้างและด้านยาว ควรวัดในแนวตรงและจดค่าตัวเลขอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องก่อนนำไปคำนวณ
- เมื่อต้องการหาขนาดพื้นที่ทั้งหมด ให้นำค่าความกว้างมาคูณกับค่าความยาว ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น “ตารางเมตร (ตร.ม.)” ซึ่งเป็นหน่วยมาตรฐานที่นิยมใช้ในการวัดพื้นที่ทั่วไป เช่น ที่ดิน อาคาร หรือบริเวณใช้งานต่าง ๆ
- หากต้องการแปลงจาก “ตารางเมตร” ให้เป็น “ตารางวา” ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงนำค่าที่ได้มาหารด้วย 4 เพราะ 1 ตารางวา เท่ากับ 4 ตารางเมตร วิธีนี้ช่วยให้คำนวณพื้นที่ได้รวดเร็ว แม่นยำ และพร้อมใช้งานต่อได้ทันที
สูตรที่ใช้ในการคำนวณ
พื้นที่ ด้านกว้าง (ม.) × พื้นที่ ด้านยาว (ม.) = ผลลัพธ์ พื้นที่ทั้งหมด (ตร.ม.)
ตัวอย่าง การคำนวณการหาค่าของที่ดิน
เมื่อวัดที่ดินได้ความกว้าง 20 เมตร และความยาว 10 เมตร ก็ให้คูณเข้าด้วยกันคือ 20 × 10 = 200 ตารางเมตร ซึ่งหมายความว่าเนื้อที่ของแปลงนี้มีขนาดใช้งานได้ทั้งหมด 200 ตร.ม. หากต้องการแปลงเป็นหน่วย “ตารางวา” ให้ใช้สูตรง่ายๆ คือ เอาจำนวน ตร.ม. × 0.25 จะได้ = 200 × 0.25 = 50 ตารางวา
หากต้องการแปลงผลลัพธ์จากหน่วย ตารางเมตร เป็นหน่วย ตารางวา จะทำได้โดยวิธีดังนี้
สูตรที่ใช้ในการคำนวณ
พื้นที่ทั้งหมด (ตร.ม.) × 0.25 (ตร.ม) = ผลลัพธ์พื้นที่ทั้งหมด (ตร.ว.)
** อีกวิธี สามารถเปลี่ยนจากคูณ 0.25 เป็นหารด้วย 4 เพื่อแปลงจาก ตารางเมตร เป็น ตารางวา ก็ได้เช่นกัน**
ตัวอย่าง การคำนวณการหาค่าของที่ดิน
นำค่าตัวเลขจากผลลัพธ์พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 200 ตร.ม มาคูณกับ 0.25 ตร.ม = 50 ตร.ว.
ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ พื้นที่ดิน ผืนนี้จะมีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 50 ตร.ว.
สำหรับที่ดินขนาดใหญ่ การใช้ตลับเมตรวัดอาจไม่สะดวกและให้ผลคลาดเคลื่อนสูง เพราะพื้นที่จริงมักมีรูปร่างซับซ้อน ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมสมบูรณ์ทุกด้าน วิธีที่เหมาะสมกว่าคือการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจที่ดินเข้ามาดำเนินการ เนื่องจากพวกเขามีเครื่องมือวัดระยะทางและระบบคำนวณพื้นที่แบบดิจิทัลที่ให้ผลแม่นยำ ช่วยลดข้อผิดพลาดและทำให้ทราบขนาดที่แท้จริงของที่ดินได้อย่างรวดเร็ว
โครงการบ้าน ใช้หน่วยวัดพื้นที่ แล้วคำนวณหาราคาอย่างไร ?
โครงการจัดสรรส่วนใหญ่กำหนดราคาขายแบบ รวมทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง จนถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบราคาของแต่ละหลังได้โดยไม่ต้องคำนวณเองต่อ ตารางเมตรหรือ ตารางวา วิธีนี้ช่วยให้การตัดสินใจเร็วขึ้นและเข้าใจง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการคำนวณรายละเอียดแยกย่อย
วิธีการคำนวณหาราคาบ้าน
นาย A กำลังมองหาบ้านเดี่ยวสองชั้นบนพื้นที่ดินประมาณ 50 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอยราว 165 ตารางเมตร ราคาประมาณ 3.5 ล้านบาท ซึ่งโดยทั่วไปโครงการบ้านจัดสรรจะเสนอขายในรูปแบบราคาบ้านรวมทั้งหลังมากกว่าการระบุเป็นราคาต่อตารางวาหรือราคาต่อตารางเมตร ยกเว้นกรณีที่ผู้ซื้อต้องการเลือกซื้อเฉพาะที่ดินและปลูกสร้างบ้านเองภายหลัง
ยกตัวอย่างขั้นตอนการคำนวณ
- หาราคาขายด้วยพื้นที่ดิน
สูตรที่ใช้ในการคำนวณ
ราคาบ้านเดี่ยว ÷ พื้นที่ดินทั้งหมด (ตร.ว.) = ราคาบาท (ตร.ว.)
ราคาบ้าน 3,500,000 บาท ÷ 50 ตารางวา = 70,000 บาท/ตร.ว.
ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ ราคาที่ดินจัดสรรบ้านเดี่ยว ราคา 3,500,000 บาท มีพื้นที่ดินทั้งหมด 50 ตารางวา จะเสนอขายในราคา 70,000 บาท/ตารางวา
**หรือ ราคาที่ดินจัดสรรบ้านเดียว ราคา 70,000 บาท/ตารางวา มีพื้นที่ดินทั้งหมด 50 ตารางวา ก็จะเท่ากับ ราคาบ้าน 3,500,000 บาท นั่นเอง
การคำนวณนี้เป็นประโยชน์อย่างมาก จะช่วยให้คุณมีข้อมูลในการตัดสินใจซื้อบ้าน และเปรียบเทียบกับราคาของบ้านในโครงการอื่นๆ หรือโครงการบ้านในพื้นที่เดียวกัน อย่างเห็นได้ชัด
ตารางเมตรนำไปคำนวณราคาและค่าเช่าอย่างไร?
เมื่อรู้ขนาดพื้นที่แล้ว เราสามารถนำมาคำนวณราคาต่อตารางเมตรได้
โดยใช้สูตร
ราคาต่อตารางเมตร = ราคาทั้งหมด ÷ จำนวนตารางเมตร
หากเป็นพื้นที่เช่าที่คิดราคาเป็นบาท/ตร.ม./เดือน สามารถคำนวณได้จาก
ค่าเช่า = จำนวนตารางเมตร × ค่าเช่าต่อตารางเมตร
ตัวเลขที่ได้ช่วยให้เปรียบเทียบพื้นที่แต่ละแห่งได้ง่ายขึ้น แต่ควรดูเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของแต่ละพื้นที่ประกอบด้วย
ค่าส่วนกลาง ส่วนสำคัญ ที่ห้ามลืมคำนวณ
ค่าส่วนกลางถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของบ้านต้องคำนึงถึงเสมอ เพราะสะท้อนถึงการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนรวมและคุณภาพการอยู่อาศัยโดยรวม โดยปกติบ้านแนวราบจะมีค่าส่วนกลางต่ำกว่า เนื่องจากมีพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยกว่า ขณะที่บ้านแนวสูงหรือคอนโดมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาก เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ค่าส่วนกลางสูงขึ้นตามความครบครันของบริการนั้นๆ
วิธีคำนวณค่าส่วนกลางจากพื้นที่ดิน ของบ้านแนวราบ
ยกตัวอย่างขั้นตอนการคำนวณ
- ค่าส่วนกลาง 30 บาท / ตารางวา / เดือน
- หากว่าบ้านเดียวที่ทางเราซื้อเรียบร้อยแล้ว มี พื้นที่ดิน ทั้งหมด 80 ตารางวา
สูตรที่ใช้ในการคำนวณ
พื้นที่ดินทั้งหมด (ตร.ว.) × ค่าส่วนกลาง/ตร.ว. = ค่าส่วนกลาง บาท/เดือน
พื้นที่ดิน ทั้งหมด 80 ตร.ว. x 30 บาท/ตร.ว. = 2,400 บาท/เดือน
ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ ค่าส่วนกลาง พื้นที่ดินของบ้านแนวราบ ที่เจ้าของบ้านจะต้องชำระ ต่อเดือน คือ 2,400 บาท
วิธีคำนวณค่าส่วนกลางของคอนโดมิเนียม จากพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง
ยกตัวอย่างขั้นตอนการคำนวณ
- ค่าส่วนกลาง 60 บาท / ตารางเมตร / เดือน
- หากว่า คอนโด ที่ทางเราซื้อเรียบร้อยแล้ว มี พื้นใช้สอยภายในห้อง ขนาดทั้งหมด 50 ตารางเมตร
สูตรที่ใช้ในการคำนวณ
พื้นที่ใช้สอยภายในห้อง (ตร.ม.) × ค่าส่วนกลาง/ตร.ม. = ค่าส่วนกลาง บาท/เดือน
พื้นใช้สอยภายในห้องของคอนโด ทั้งหมด 50 ตร.ม. x 60 บาท/ตร.ม. = 3,000 บาท/เดือน
ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ ค่าส่วนกลางของคอนโด ที่เจ้าของห้องจะต้องชำระ ต่อเดือน คือ 3,000 บาท
การคำนวณค่าส่วนกลางเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด เพราะเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายต่อเนื่องทุกเดือน การรู้ตัวเลขนี้ชัดเจนจะช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณได้แม่นยำ เข้าใจภาพรวมค่าใช้จ่ายจริงทั้งค่าผ่อนและค่าดูแลส่วนกลาง ทำให้ประเมินได้ว่าคอนโดนั้นอยู่ในขอบเขตที่คุณจ่ายไหวหรือไม่
ถ้าจะเลือกพื้นที่โกดัง ต้องดูอะไรนอกจากจำนวนตารางเมตร?
เวลาเลือกโกดัง ควรดูทั้งปริมาณสินค้า วิธีจัดเก็บ และพื้นที่ที่ต้องใช้ทำงาน ไม่ใช่ดูแค่จำนวนตารางเมตร เพราะโกดังที่มีขนาดเท่ากัน อาจเก็บสินค้าได้ไม่เท่ากัน
อย่างโกดัง 500 ตารางเมตร พื้นที่ทั้งหมดไม่ได้ใช้วางสินค้าได้เต็ม 500 ตารางเมตร เพราะต้องเผื่อทางเดิน พื้นที่รับ-จ่ายสินค้า และพื้นที่สำหรับเคลื่อนย้ายหรือใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ
รูปแบบการจัดเก็บก็มีผลเช่นกัน เช่น ถ้าใช้ชั้น Rack และพื้นที่มีความสูงเหมาะสม ก็สามารถใช้พื้นที่ในแนวตั้งได้มากกว่าการวางสินค้าบนพื้นเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น ก่อนเลือกว่าจะเช่าโกดังกี่ตารางเมตร แนะนำให้เริ่มจากดูว่า เก็บสินค้าอะไร มีปริมาณเท่าไร และจะจัดเก็บแบบไหน แล้วค่อยประเมินขนาดพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งานจริง
สรุป การเข้าใจว่า 1 ตารางเมตรเท่ากับกี่เมตร ต้องแยกก่อนว่า “เมตร” ใช้วัดความยาว ส่วน “ตารางเมตร” ใช้วัดพื้นที่ จึงไม่สามารถแปลงหากันตรง ๆ ได้ หากต้องการคำนวณพื้นที่ทั่วไป สามารถใช้สูตร กว้าง × ยาว = ตารางเมตร และหากต้องการเทียบกับหน่วยที่ดิน เช่น 1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร ก็สามารถนำไปคำนวณต่อได้ เมื่อเข้าใจหลักนี้แล้ว ไม่ว่าจะวัดพื้นที่บ้าน คอนโด ที่ดิน หรือโกดัง ก็จะช่วยให้คำนวณขนาดพื้นที่และนำข้อมูลไปวางแผนการใช้งานหรือประเมินค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตารางเมตร
จริง ๆ แล้ว ตารางเมตรแปลงเป็นเมตรตรง ๆ ไม่ได้ เพราะเมตรใช้วัดความยาว ส่วนตารางเมตรใช้วัดพื้นที่ เช่น พื้นที่กว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร จะเท่ากับ 1 ตารางเมตร
ไม่จำเป็นต้องเป็น 1 × 1 เมตรเสมอไป เช่น 0.5 × 2 เมตร ก็เท่ากับ 1 ตารางเมตรเหมือนกัน ขอแค่กว้าง × ยาวแล้วได้ 1 ตร.ม.
ถ้าให้นึกภาพง่าย ๆ 50 ตารางเมตรอาจเป็น 5 × 10 เมตร แต่ก็เป็นขนาดอื่นได้ เช่น 2.5 × 20 เมตร เพราะมีพื้นที่รวมเท่ากัน
ไม่จำเป็น 10 × 10 เมตรเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง พื้นที่ 5 × 20 เมตร ก็เท่ากับ 100 ตารางเมตรเช่นกัน
1 ตารางวา = 4 ตารางเมตร เช่น ที่ดิน 50 ตารางวา จะเท่ากับ 200 ตารางเมตร
จากการประเมินพื้นที่โกดัง ไม่ควรดูแค่จำนวนตารางเมตรอย่างเดียว ควรดูว่าสินค้ามีอะไร ปริมาณเท่าไร และจัดเก็บแบบไหน รวมถึงพื้นที่ทางเดินและรับ-จ่ายสินค้า แล้วจึงค่อยประเมินขนาดโกดังที่เหมาะกับการใช้งานจริง
โกดังเก็บของ เก็บสินค้า ให้เช่าในราคาถูก ราคารวมภาษีทุกอย่าง ทำให้สามารถลดต้นทุนของลูกค้าได้
ที่สำคัญโกดังให้เช่า ตั้งอยู่ในทำเลทอง
หรือสนใจสอบถาม โกดังเก็บสินค้าของ bkkwarehouse
Hotline : 089-768-5205 / 063-829-6219 Telephone : 0-2394-5409
LINE ID : @bkkwarehouse
https://lin.ee/5CuTpWq


บทความแนะนำ
10 เรื่องที่ผู้ประกอบการควรรู้ ก่อนเลือกพื้นที่เก็บสินค้า จากประสบการณ์ของ BKK Warehouse
อ่านเนื้อหาก.ค.
ทำไมธุรกิจ E-commerce ที่มีออเดอร์เกิน 500 รายการต่อวัน จึงเลือกเช่าโกดังในสมุทรปราการ
อ่านเนื้อหามิ.ย.
เช่าโรงงานและโกดัง ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? พร้อมตอบชัด ค่าเช่า มี VAT มั้ย ?
อ่านเนื้อหาพ.ค.
ของล้นโรงงานทำยังไง? เจาะลึกวิธีจัดการสต็อกด้วย พื้นที่เก็บสินค้าสำรอง เพื่อสายการผลิตที่ลื่นไหล
อ่านเนื้อหาพ.ค.
จากบ้านสู่โกดัง สัญญาณว่าธุรกิจออนไลน์ของคุณควรเริ่มเช่า Warehouse
อ่านเนื้อหาพ.ค.
เลือกทำเลไหนคุ้มกว่า? เจาะลึกกลยุทธ์ โกดังใกล้เมือง vs ชานเมือง ที่ธุรกิจต้องรู้
อ่านเนื้อหาพ.ค.